คาปาซิเตอร์แบบ อิเลคโตรไลติก หรือคาปาซิเตอร์แบบอลูมิเนียม
คาปาซิเตอร์แบบ solid
คาปาซิเตอร์เหล่านี้ถ้าหากมีการรั่วของกระแสระหว่างขั้วก็จะทไห้วงจรผิดปกติได้ เช่นถ้าเป็นวงจรภาคจ่ายไฟซีพียูก็จะทำให้แรงดันในวงจรมีการกระเพื่อมสูงขึ้นทำให้ซีพียูไม่ทำงาน หรือทำให้ขึ้นจอฟ้าได้
ส่วนอาการเสียแบบที่น้ำยาภายในแห้ง ก็จะทำให้ความจุของตัวคาปาซิเตอร์ลดลง วงจรก็จะทำงานไม่เสถียรเช่นกัน
อาการเสีย แบบช็อตภายใน มีการทะลุของแผ่นฉนวนภายในตัวคาปาซิเตอร์ หรือ มีการสูญเสียค่าความต้านทานภายใน ก็จะทำให้มีกระแสรั่วไหลจากขั้วบวก ไปยังขั้วลบ อาจทำให้เกิดการสูญเสียแรงดันในวงจร หรือทำให้วงจรที่ทำหน้าที่เร็กกูเลเตอร์ ทำงานหนักขึ้น จนเกิดความร้อนสูง และไหม้เสียหายได้
คาปาซิเตอร์แบบเซรามิก ขนาดเล็ก
คาปาซิเตอร์แบบเพ็กเก็จรวม หรือที่เรียกว่าคาปาซิเตอร์เน็ตเวอร์ค
การคำนวนค่าคาปาซิเตอร์เพื่อเปลี่ยนทดแทน
คาปาซิเตอร์ (Capacitor) หรือที่เราเรียกกันสั้นๆว่า ซี (C) บนเมนบอร์ดนั้นเวลาเสีย ก็จะสามารถมองเห็นได้ เช่น บวมปูด แตกออกด้านบน หรือปูดออกด้านล่าง มีน้ำยากรดที่อยู่ภายในตัวไหลเยิ้มออกมา แบบนี้ต้องเปลี่ยนแล้วละครับ เพราะถ้าเราไม่เปลี่ยนก็จะทำให้เมนบอร์ดเสียหายมากขึ้นได้ เช่นการช็อตวงจร หรือ น้ำยากรดที่ไหลออกมา กัดกร่อนลายวงจรทำให้เกิดคราบออกไซด์ หรือที่เราเรียกว่าสนิมเขียวนั่นเอง วิธีถอดเปลี่ยนก็ไม่ยากนะครับ
คราวนี้ก็จะมาถึงส่วนของ ซี ที่เราใช้กัน เราใช้ซีแบบ electrolytic 105 องศาเซนเซียส เป็นคาปาซิเตอร์แบบมีค่าการสูญเสียค่าความต้านทานอนุกรม฿ายในต่ำ ซึ่งเป็นคาปาซิเตอร์ที่ให้ความเที่ยงตรงในการเก็บประจุ และคายประจุดีกว่าคาปาซิเตอร์แบบที่ใช้กับอิเลคทรอนิกส์ทั่วไป ที่ใช้ ชนิด 85 องศาเซนเซียส
ค่าของคาปาซิเตอร์จะพิมพ์อยู่บนตัวของเพ็กเก็จมีอยู่ 3 อย่าง
1. ค่าทนความร้อน มีหน่วยเป็นองศาเซนเซียส
เป็นค่าที่บอกเราได้ว่าถ้าความร้อนอยู่ในระดับนี้ ตัวเก็บประจุจะไม่เสียหาย หรือระเปิดออกมา แต่เท่าที่พบมาความร้อนที่เราสัมผัสได้฿ายนอก อาจไม่ถึงค่ากำหนดที่เสียหายแต่ตัวคาปาซิเตอร์เสียหายเพราะการสะสมความร้อนในตัวมันเป็นเวลานานทำให้น้ำยา฿ายในเดือดเกิดแก๊ส ในตัวเก็บประจุซึ่งเป็นระบบปิด ก็จะก่อให้เกิดแรงดัน฿ายในทำให้ตัวเก็บประจะระเบิดออกได้
2.ค่าความจุไฟฟ้า มีหน่วนเป็น ฟารัด แต่ที่เราใช้มีค่าความจุแค่ ไมโครฟารัดเท่านั้น
ค่าความจุไฟฟ้านี้มีผลต่อวงจรเหมือนกับเราเอาแบตเตอรี่ใส่เข้าไปกับวงจร เพื่อให้ชาร์จประจุไฟฟ้าส่วนเกินเก็บเข้าไปในตัวของคาปาซิเตอร์ในกรณีที่แรงดันสูงขึ้น แต่ถ้าแรงดันตกลงมาก็จะเอาประจุที่อยู่ในตัวคาปาซิเตอร์นั้น ปล่อยให้กับวงจร ทำให้ได้กระแสตรงที่เรียบออกมาใช้ในวงจร ทำให้การทำงานของอุปกรณ์ในวงจรมีความเสถียรมากขึ้น
3.ค่าทนแรงดัน มีหน่วยเป็นโวลต์
ค่าทนแรงดันนี้เป็นตัวที่บอกเราได้ว่าถ้าในวงจรที่เรากำลังซ่อม มีแรงดันมากกว่าค่าทนแรงดันของตัวคาปาซิเตอร์ก็จะทำให้ตัวคาปาซิเตอร์แตกออกได้
คราวนี้เราก็จะมาถึงการคำนวณถึงค่าความจุที่เราจะต้องเปลี่ยนกรณีที่เราไม่มีค่าที่เสีย
สมุติว่าในวงจรนั้นเราใช้ คาปาซิเตอร์ ค่า 2200 uF จำนวน 4 ตัว ก็จะได้ค่ารวม เท่ากับ 8800 uF
เราสามารถใช้ คาปาซิเตอร์ค่าเท่าใดก็ได้ทีรวมกันแล้วได้ เท่ากับ 8800 uF
เช่น ใช้ 3300uF 2ตัว และ 1000uF 1 ตัว 1200 uF 1ตัว ก็จะได้ค่ารวม เท่ากับ 8800 uF พอดี
วงจรก็จะสามารถทำงานได้เหมือนเดิม
แสดงความคิดเห็น